การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชนทั่วไป

  • PDF

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานในปัจจุบันมีลำดับดังนี้
1. เรียกกระตุ้นผู้ป่วยว่าตอบสนองหรือไม่ ดูการหายใจว่าไม่หายใจหรือหายใจผิดปกติ เช่นหายใจเฮือกให้รีบทำข้อ 2
2. โทรศัพท์เรียกหน่วยฉุกเฉิน เบอร์ 1669
3. หากในที่เกิดเหตุมีเครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ Auyomate External Defibrilltor : AED ให้ไปนำเครื่อง AED มาติดที่ตัวผู้ป่วย หากมีคนช่วยให้ทำการกดหน้าอกรอ
4. หากไม่มีเครื่อง AED ในที่เกิดเหตุ ให้ทำการกดหน้าอกและช่วยหายใจตามขั้นตอนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานไปก่อน ทำการเช็กความรู้สึกตัวและให้เครื่องเช็กจังหวะหัวใจ (กรณีมีเครื่องมาแล้ว) ทุกๆ 2 นาที

 

 

การกดหน้าอกช่วยชีวิตที่ถูกต้อง ประกอบด้วย กดลึก - ปล่อยสุด - อย่าหยุด - กดบ่อย
1. กดลึก คือ กดให้ลึกมากพอ ให้หน้าอกยุบไปอย่างน้อย 2 นิ้ว ในเด็กกดลึก 1/3 ของความลึกหน้าอก
2. ปล่อยสุด คือ ไม่ทิ้งน้ำหนักค้าง ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวให้สุด
3. อย่าหยุด คือ หยุดได้เฉพาะช่วงช่วยหายใจ หรือติดเครื่อง AED ไม่หยุดกดโดยไม่จำเป็น และไม่หยุดนานเกินกว่า 10 วินาที เพราะจะทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงหลอดเลือดหัวใจ
4. กดบ่อย คือ การกดให้มีอัตราความเร้วมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที โดยจะทำการกดหน้าอก 30 ครั้ง แล้วจึงทำการช่วยหายใจ 2 ครั้ง นั่นคือ กด 30 หายใจ 2 นับเป็นหนึ่งรอบ ทำสลับกันอย่างนี้ครบ 5 รอบ แล้วจึงทำการประเมิณผู้ป่วย

 

สำหรับในเด็กเล็ก อายุ 1 เดือน ถึง 1 ปี
ใช้นื้ง 2 นิ้ว กดหน้าอกลงไปให้ตั้งฉากและความลึกประมาณ 1/3 ของหน้าอกผู้ป่วยเด็ก ในกรณีที่เป็นผู้ช่วยเหลือเพียงคนเดียว แต่หากมีผู้ช่วยเหลือมากขึ้น ให้กดหน้าอกดดยการโอบรอบทรวงอกของผู้ป่วยแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือสองนิ้วกดกระดูกกึ่งกลางหน้าอก และผู้ช่วยคนที่สองทำการเปิดทางเดินหายใจแทน

 

การเปิดทางเดินหายใจ
วิธีการเปิดทางเดินหายใจให้เชยคาง หรือเรียกว่า Head tilt - Chin lift ดังภาพ เป็นการเชยคางให้ผู้ป่วยแหงนหน้าขึ้น ในกรณี้สงสัยกระดูกคอบาดเจ็บหรือเคลื่อน และผู้ช่วยเหลือเคยได้รับการอบรมการทำ Jaw thrust มาอย่างดีเท่านั้นจึงจะสามารถทำ Jaw thrust ในการช่วยเหลือผู้ป่วยได้ (ส่วนใหญ่มีสอนเฉพาะบุคคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล) หากไม่เคยเรียนมาก่อน ให้ช่วยด้วยวิธี Head tilt - Chin lift ตามปกติ

 

วิธีช่วยหายใจ
ประเมิณว่าผู้ป่วยมีการหายใจหรือไม่ : เดิมเคยให้ใช้ ตาดู-หูฟัง-แก้มรับสัมผัส แต่ตามคำแนะนำ American Heart Association หรือสมาคมแพทย์โรคหัวใจสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้ช่วยเหลือมองดูหน้าอกผู้ป่วย หากไม่มีการหายใจ หรือมีการหายใจแต่ลักษณะการหายใจนั้นดูผิดปกติ เช่น หายใจเฮือก ก็ให้นับเป็นว่าไม่หายใจเช่นกัน ให้ทำการช่วยหายใจในผู้ป่วยกลุ่มนี้ทันที

 

วิธีเป่าลมหายใจ
เป่าลมหายใจโดยวิธีดั้งเดิมคือ ประกบปากกับผู้ป่วยแล้วเป่าลมให้เห็นทรวงอกขยับขึ้น จำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 1 วินาที แต่ในปัจจุบันมีอุปกรณ์ช่วนในการช่วยหายใจ เช่น หน้ากากแบบพกพา Pocket Mask หรือ Mouth-to-mask สำหรับครอบปากและจมูกของผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ช่วยปฏิบัติงานได้ หรือ Face Shield เป็นแผ่นพลาสติก เป็นอุปกรณ์ป้องกัน เป็นต้น

ในกรณีไม่อยากเป่าปาก
อนุโลมให้ทำการช่วยเหลือด้วยการการกดหน้าอกเพียงอย่างเดียวได้ และควรรีบไปนำเครื่อง AED มาติดกับตัวผู้ป่วย

 

การจัด Recovery Position
จัดทำเมื่อผู้ป่วยมีชีพจร แต่มีความรุ้สึกตัวยังไม่ดี อาจไม่สามารถป้องกันภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นได้จึงให้นอนตะแคงและจัดท่าดังภาพ

 

การช่วยเหลือทางเดินหายใจอุดกั้น/สูดสำลัก
สำหรับเด็กเล็ก ให้ทำการตบบริเวณระหว่างสะบักสองข้าง สลับกับการกดหน้าอกด้านหน้า
สำหรับผู้ใหญ่ ให้ช่วยเหลือโอบล้อมจากด้านหลังผู้ป่วย ทำ Heimlich Maueuver ในกรณีที่ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว หากหมดสติไปใช้แนวทางปฏิบัติ CPR

 

ตำแหน่งการคลำชีพจร
ใช้ในกรณีเป็นบุคคลากรทางการแพทย์เท่านั้น โดยคลำที่ Carotid artery ในผู้ใหญ่ และคลำเส้นเลือดที่ข้อพับแขน Brachical หรือข้อพับขา Femoral artery หากไม่ใช่บุคคลากรทางการแพทย์ให้เช็กระดับความรู้สึกตัวและตอบสนองก็เพียงพอ

 

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานในเด็กสำหรับประชาชนทั่วไป (Pediatric Basic Life Support)
เริ่มจากกระตุ้นเรียกประเมิณความรุ้สึกตัว หากไม่ตอบสนองให้ช่วย CPR และช่วยหายใจก่อนอย่างน้ย 2 นาที แล้วค่อยโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (สามารถทำได้พร้อมกันเลยหากมีผู้ช่วยเหลือมากกว่า 1 คน) ยกเว้นเฉพาะเด็กที่เป็นโรคหัวใจอยู่เดิม ให้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้เลย สำหรับเด็กโตเข้าสู่วัยรุ่นแล้วให้สามารถทำเหมือนการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานสำหรับผู้ใหญ่ได้เลย
1. กระตุ้นประเมินความรู้สึกตัว ให้ทำการกระตุ้นที่ปลายเท้าหากไม่ตอบสนอง ดูตัวเขียว ให้ทำการช่วยเหลือขั้นตอนต่อไปได้เลย
2. การกดหน้าอก
a. ตำแหน่ง อยู่ใต้ระดับราวนม กดตั้งฉากด้วยความลึกอย่างน้อย 1/3 ของความลึกของหน้าอก หรือประมาณ 4 เซนติเมตร
b. ความเร็วอย่างน้อย 100 ครั้งต่อนาที
3. การช่วยหายใจ 2 ครั้ง
4. หากมีผู้ช่วยเหลือ 2 คน ให้ช่วยด้วยอัตราส่วน กดหน้าอก 15 ครั้ง : ช่วยหายใจ 2 ครั้ง หากมีผู้ช่วยเหลือคนเดียวให้ช่วยด้วยอัตราส่วน กดหน้าอก 30 ครั้ง : ช่วยหายใจ 2 ครั้ง

 

การใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ หรือ Auyomate External Defibrilltor : AED ขั้นตอนการใช้เครื่องดังนี้
1. เปิดเครื่อง : บางรุ่นเป็นปุ่มเปิดเครื่อง บางรุ่นสวิตช์เปิด-ปิดอยู่ที่ฝาเครื่อง เมื่อเปิดฝาจะเท่ากับการเปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ
2. ติด Pad ที่หน้าอกผู้ป่วย
3. ต่อสายที่ Pad เข้ากับตัวเครื่องให้เรียบร้อย กรณีชุดสายแยก
4. ปล่อยให้เครื่องวิเคราะห์คลื่อนไฟฟ้าหัวใจ
a. หากเครื่องประเมินคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยแล้ว แนะนำให้ shock ให้ผู้ช่วยเหลือทำการนับเพื่อเตรียมกดปุ่มปล่อยประจุโดยนับ "หนึ่ง ฉันถอย สอง ฉันถอย สาม ทุกคนถอย" เพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวผู้ป่วยถอยออกห่าง ไม่สัมผัสตัวขณะที่จะปล่อยประจุไฟฟ้า แล้วจึงกดปุ่มตามที่บอก
b. หากเครื่องประเมินคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยแล้ว พบว่าไม่ต้อง shock เครื่องจะบอกว่า "ไม่ต้องทำการ shock ให้ทำการกดหน้าอกต่อทันที"
5. เมื่อเครื่องบอกให้ทำการกดหน้าอก ให้ผู้ช่วยเหลือเข้าไปกดหน้าอกตามรายละเอียดที่กล่าวข้างต้น
6. เครื่องจะหยุดหยุดประเมินคลื่นไฟฟ้าหัวใจทุกๆ 2 นาที

 

นพ.สรายุทธ วิบูลชุติกุล

ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

วารสาร วงการแพทย์

Last Updated on Tuesday, 26 February 2013 08:29