" คุณธรรมเป็นมาตรฐาน บริการด้วยใจ "

Opening Hours : open 24 hours, every day
Contact : 02 055 6555 , 02 901 8400 ถึง 8

สิ่งที่คุณแม่ควรตรวจระหว่างการตั้งครรภ์

สิ่งที่คุณแม่ควรตรวจระหว่างการตั้งครรภ์

สิ่งที่คุณแม่ควรตรวจระหว่างการตั้งครรภ์

เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ การตรวจติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเฝ้าระวังความเสี่ยง ค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก และช่วยให้คุณแม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจตลอดการตั้งครรภ์

การฝากครรภ์สำคัญอย่างไร
การฝากครรภ์คือการดูแลสุขภาพของคุณแม่และทารกอย่างต่อเนื่องโดยทีมแพทย์ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จนถึงก่อนคลอด โดยมีการวางแผนตรวจตามช่วงอายุครรภ์อย่างเหมาะสม

ควรเริ่มฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะก่อนอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการพัฒนาอวัยวะทารก และช่วยให้สามารถคัดกรองความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การตรวจที่คุณแม่ควรได้รับระหว่างตั้งครรภ์

1. ตรวจเลือดเบื้องต้น
เพื่อตรวจหมู่เลือด ความเข้มข้นของเลือด (คัดกรองโลหิตจาง) โรคติดเชื้อ เช่น ซิฟิลิส เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี รวมถึงภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน และคัดกรองธาลัสซีเมียซึ่งพบได้บ่อยในคนไทย

2. อัลตราซาวด์ติดตามการเจริญเติบโตของทารก
ใช้ประเมินอายุครรภ์ การเจริญเติบโต และโครงสร้างทารก โดยเฉพาะช่วงอายุครรภ์ 11–13 สัปดาห์ และช่วง 18–22 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญในการตรวจความผิดปกติของอวัยวะอย่างละเอียด

3. การคัดกรองดาวน์ซินโดรม
สามารถทำได้โดยการตรวจ NIPT สามารถทำได้โดยการตรวจ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) ซึ่งเป็น การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกจากเลือดแม่ โดยไม่ต้องเจาะน้ำคร่ำหรือเจาะชิ้นเนื้อรก จึงปลอดภัย ไม่เสี่ยงแท้ง และให้ผลแม่นยำสูง โดยเจาะเลือดแม่เพียงครั้งเดียว (สามารถตรวจได้ตั้งแต่ อายุครรภ์ 12-18 สัปดาห์)
เหมาะสำหรับ: คุณแม่ทุกกลุ่มความเสี่ยง (โดยเฉพาะหากคุณแม่อายุ ≥35 ปี, มีประวัติคนในครอบครัวมีความผิดปกติของโครโมโซม, หรือเคยแท้งหลายครั้ง)

4. ตรวจปัสสาวะและความดันโลหิต
เพื่อติดตามความเสี่ยงของภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะความดันโลหิตสูงร่วมกับการมีโปรตีนในปัสสาวะ

5. การตรวจน้ำตาลในเลือด
มักตรวจในช่วงอายุครรภ์ 24–28 สัปดาห์ เพื่อตรวจหาเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งอาจไม่แสดงอาการ แต่มีผลต่อทั้งแม่และทารก

6. การติดตามสุขภาพทารกในครรภ์ช่วงใกล้คลอด
เช่น การฟังเสียงหัวใจทารก หรือการตรวจ Non-stress test (NST) ตามข้อบ่งชี้ รวมถึงการประเมินความพร้อมของร่างกายคุณแม่ก่อนคลอดตามดุลยพินิจของแพทย์

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
การฝากครรภ์ไม่ใช่เพียงการตรวจสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสที่คุณแม่จะได้รับคำแนะนำเรื่องโภชนาการ การดูแลตนเอง การฉีดวัคซีนที่จำเป็นระหว่างตั้งครรภ์ และการเตรียมตัวสำหรับการคลอดและการเลี้ยงลูก

หากคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์แล้ว ควรรีบฝากครรภ์โดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกน้อย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
แผนกสูตินรีเวช โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี โทร 02-055-6555 ต่อ 2123, 2124